การประกาศข้อมูลในการเขัยนโปรแกรมจะเป็นการกำหนดชื่อของข้อมูล หรืแกำหนดประเภทของข้อมูลขี้นมาใหม่ โดยข้อลูมในภาษาซีอาจแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มดังต่อไปนี้
- ข้อมูลชนิดซิมเปิล (simple type)
- ข้อมูลประเภทสตริง (string type)
- ข้อมูลประเภทโครงสร้าง (structure type)
- ข้อมูลประเภทพอยต์เตอร์ (pointer type)
4.1.1 ข้อมูลชนิดซิมเปิล
แบ่งได้เป็นข้อมูลประเภทลำดับ (Ordinal Type) และข้อมูลประเภทจำนวนจริง
(Real Data Type)
ข้อมูลประเภทลำดับ (Ordinal Type)
ข้อมูลแบบลำดับเป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นลำดับแน่นอน เช่น ตัวเลขที่ใช้ในการนับ ลำดับตัวอักษร เป็นต้น ในภาษาซียังแบ่งข้อมูลชนิดลำดับได้หลายประเภท เช่น
-ข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม (Integer Data Type) ข้อมูลประเภทนี้จะใช้กับตัวเลขที่เป็นจำนวนเต็ม ในคอมพิวเตอร์จะใช้หน่วยความจำในการเก็บข้อมูล ถ้าหากคอมพิวเตอร์ใช้หน่วยความจำ 8 บิตหรือ 1 ไบต์ในการเก็บข้อมูล จะทำให้เก็บข้อมูลที่เป็นเลขฐานสิบได้ในช่วง 0 ถึง 255 แต่ถ้าใช้หน่วยความจำมากกว่านั้นในการเก็บข้อมูล ก็จะสามารถเก็บตัวเลขช่วงที่กว้างขึ้นได้
-ข้อมูลประเภทตัวอักขระ (Character Data Type) ข้อมูลประเภทนี้จะเป็นตัวอักขระหนึ่งตัว ซึ่งเป็นไปตามตารางรหัส ASCll ประกอบด้วยข้อมูลที่เป็นตัวอักษร ตัวเลข และอักขระพิเศษ เช่น
’A’ , ’B’ , ’C’
’\n’ รหัสขึ้นบรรทัดใหม่
’\t’ รหัสเว้นวรรค 1 tab
’\a’ เสียง Beep
-ข้อมูลประเภทตรรก (Boolean Data Type) จะเป็นค่าทางลอจิก ได้แก่ จริง(True) กับ เท็จ(False) จะใช้ในคำสั่งควบคุมการตัดสินใจการทำงาน ในการเรียงลำดับจะให้ค่าที่เป็นเท็จมีลำดับก่อนค่าที่เป็นจริง บางครั้งจะแทนค่าจริงด้วยเลขจำนวนเต็ม 1 หรือค่าที่มากกว่า 1 และแทนค่าเท็จด้วยเลข 0
-ข้อมูลประเภทจำนวนจริง (Real Data Type) ข้อมูลประเภทนี้จะเป็นจำนวนจริงหรือเลขทศนิยม ข้อมูลประเภทนี้จะจัดลำดับก่อนหลังได้ยากจึงไม่เป็นข้อมูลลำดับเนื่องจากทศนิยมมีหลายตำแหน่ง
4.1.2 ข้อมูลประเภทสตริง
เป็นการนำตัวอักขระมาต่อเรียงกันเป็นข้อความตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไป โดยสามารถเก็บตัวอักขระได้ 255 ตัวโดยตัวอักขระจะต้องอยู่ในเครื่องหมาย “ ” ในการเขียนโปรแกรมภาษาซีจะมีการเติมตัวอักษรว่าง NULL (\o) เป็นตัวสุดท้าย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น